ศรีสะเกษ-ไฟไหม้ ร.ร.บ้านสลักได..วอดทั้งหลัง..!!

ศรีสะเกษ-ไฟไหม้ ร.ร.บ้านสลักได..วอดทั้งหลัง..!!

ภาพ / ข่าว ศิริเกษ หมายสุข

“เหตุเกิดช่วงใกล้สว่างชาวบ้านแห่มาช่วยกันดับไฟแต่ไร้ผล โชคดีไม่มีผู้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว”

             เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 30 มี.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ร.ร.บ้านสลักได ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ได้เกิดเพลิงลุกไหม้อาคารเรียนที่มีอยู่เพียง 1 หลัง ไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก นายสมควร ไก่แก้ว รองนายก อบต.สุขสวัสดิ์ ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงได้ร่วมกับ ผญบ.สลักได และชาวบ้านพากันมาดับไฟกันอย่างโกลาหล พร้อมทั้งได้แจ้งขอความช่วยเหลือไปยัง อบต.โนนปูน อบต.ปราสาทเยอ อบต.จะกง และเทศบาล ต.ไพรบึง เพื่อขอรถดับเพลิงมาช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิงกันอย่างเต็มที่
              แต่เนื่องจากว่า อาคารเรียนชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูนซีเมนต์ ทำให้ไฟไหม้อาคารเรียนชั้นบนอย่างรวดเร็วมาก จากนั้น ไฟได้ลามไหม้ลงมาชั้นล่างของอาคารเรียนจนหมดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 45 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ มีอาคารประกอบและบ้านพักครู 1 หลังที่อยู่ใกล้กันได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยมี นางอัญชลี เสนคราม ครู คศ.2 รักษาราชการแทน ผอ.ร.ร.บ้านหนองอิไทย และคณะครูพากันมาร่วมกับชาวบ้านช่วยกันดับเพลิงอย่างเต็มที่ ต่อมา ว่าที่ ร.ต.สำรวย นกงาม ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 และคณะได้มาทำการตรวจการเกิดเหตุเพลิงไหม้ ร.ร. พร้อมทั้งได้ร่วมกับ ผญบ.และชาวบ้าน ร่วมกันสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งพบว่า อาคารเรียนโดนไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง ไม่สามารถใช้การได้ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด
              นายสมควร ไก่แก้ว รองนายก อบต.สุขสวัสดิ์ ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ชาวบ้านใกล้ ร.ร.ได้มองไปที่ ร.ร.พบว่า มีไฟไหม้ขึ้นที่ ร.ร. เพราะว่ามีแสงไฟสว่างจ้าในช่วงเวลาประมาณ 04:00 น. ของวันที่ 30 มีนาคมและได้มาแจ้งให้ตนทราบ ตนจึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบเพื่อให้มาดูและขอให้แจ้งประกาศทางหอกระจายข่าวของหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านมาร่วมกันดับไฟ ตอนช่วงที่ตนมาถึงนั้นพบว่าไฟไหม้ชั้นบนของอาคารเรียนหมดแล้ว จึงได้รีบประสานงานเรียกรถดับเพลิงจาก อบต.ปราสาทเยอ อบต.โนนปูน อบต.จะกงและเทศบาล ต.ไพรบึง ให้ส่งรถดับเพลิง จำนวน 4 คันมาช่วยกันดับไฟอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากอาคารเรียนทำด้วยไม้ ทำให้โดนไฟไหม้วอดทั้งหลังอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งตนและชาวบ้านทุกคนต่างพากันเศร้าเสียใจมาก เพราะว่า ตนและชาวบ้านสลักไดทุกคนเคยเรียนหนังสือที่ ร.ร.แห่งนี้ และได้พากันมาพัฒนาความสะอาดปรับปรุง ร.ร.เป็นประจำอยู่เสมอ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ตนร่วมกับคณะครู ร.ร.บ้านหนองอิไทยและชาวบ้าน ได้พากันมาพัฒนาความสะอาดที่ ร.ร.แห่งนี้
              นางอัญชลี เสนคราม ครู คศ.2 รักษาราชการแทน ผอ.ร.ร.บ้านหนองอิไทย กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อเวลาประมาณ 05:00 น. ว่าเกิดเพลิงไหม้ที่ ร.ร.บ้านสลักได ตนจึงได้แจ้งให้คณะครูทราบและพากันมาร่วมกับชาวบ้านช่วยกันดับไฟ แต่ว่าไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปใกล้ เนื่องจากเพลิงไหม้รุนแรงมาก จะต้องรอให้รถดับเพลิงมาช่วยสกัดเพลิงไหม้และควบคุมเพลิงเอาไว้ได้เสียก่อน เพราะว่าไฟลุกไหม้รุนแรงมากเข้าใกล้ไม่ได้ ร.ร.แห่งนี้ไม่มี น.ร.มาเรียนอยู่แล้ว เพราะว่า น.ร.ที่ ร.ร.แห่งนี้ไปเรียนควบรวมอยู่ที่ ร.ร.บ้านหนองอิไทย ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง ซึ่งห่างไปประมาณ 4 กม.ตั้งแต่ประมาณปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่ง ร.ร.แห่งนี้จะไม่มีใครอยู่เลย แต่ว่าได้มาร่วมกับชาวบ้านทำการพัฒนาความสะอาดดูแลรักษาเป็นประจำอยู่เสมอ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมกับชาวบ้านมาพัฒนาทำความสะอาดรอบบริเวณ ร.ร.โดยจะทำความสะอาดที่ ร.ร.แห่งนี้เป็นประจำทุกภาคเรียน เพราะว่ายังถือว่ายังอยู่ในความดูแลของ ร.ร.บ้านหนองอิไทย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้รายงานทางโทรศัพท์ให้ ผอ.ร.ร.บ้านหนองอิไทย ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปราชการที่กรุงเทพได้รับทราบเบื้องต้นแล้ว
              ว่าที่ ร.ต.สำรวย นกงาม ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาคารเรียนที่เกิดเพลิงไหม้ เป็นอาคารเรียนแบบ ศก.01 มี 6 ห้องเรียนแยกเป็น ชั้นล่าง 3 ห้องเรียนและ ชั้นบน 3 ห้อง เรียน แต่ว่าไม่ได้ใช้อาคารเรียนจัดการเรียนการสอนแต่อย่างใด โดยมีการยุบรวม ร.ร.แห่งนี้และให้เด็ก น.ร.ที่มีอยู่ประมาณ 40 คนไปเรียนรวมอยู่กับ ร.ร.บ้านหนองอิไทย ที่อยู่ใกล้กันตามนโยบายของ สพฐ. ร.ร.แห่งนี้ได้มีการตัดไฟฟ้าออกหมดแล้ว และได้มีชุมชนพากันมาใช้ประโยชน์ในการจัดประชุมและจัดกิจกรรมต่าง ๆ กันเป็นประจำ โดยคณะครูและชาวบ้านได้ร่วมกันดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำอยู่เสมอ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ ตนจะได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะได้รายงานให้ เลขาธิการ กพฐ.ได้รับทราบต่อไป

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!