อุบลราชธานี-ประวัติ“หลวงพ่อชู วัดทัพชุมพล”ศาสตร์แห่งไสยศาสตร์เคล็ดวิชา”หลวงพ่อชู” วัดทัพชุมพล

อุบลราชธานี-ประวัติ“หลวงพ่อชู วัดทัพชุมพล”ศาสตร์แห่งไสยศาสตร์เคล็ดวิชา”หลวงพ่อชู” วัดทัพชุมพล

ภาพ-ข่าว:ศูนย์ข่าวเฉพาะกิจจังหวัดอุบลราชธานี
Cr. ครูเจม ไอ้มดแดง

             ไสยศาสตร์ เป็นศาสตร์วิชาแขนงหนึ่งที่อยู่คู่กับความเชื่อความศรัทธาของคนไทยสืบมาแต่ครั้งโบราณกาล เมื่อมีศึกสงครามเกิดขึ้นครั้งใด บรรดาบูรพาจารย์ก็จะประกอบพิธีกรรมต่างๆ อย่างเช่น การสักยันต์ลงอาคมตามร่างกาย หรือการปลุกเสกสิ่งของหรือที่นิยมเรียกกันว่าวัตถุมงคล เพื่อมอบให้ลูกศิษย์นำติดตัวไปในยามที่ออกรบกับพวกข้าศึก ถือว่าเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจแก่ทหารหาญในยามออกศึก ซึ่งก็เคยสร้างปาฏิหาริย์แก่ผู้ใช้มาแล้วในครั้งสมัยสงครามอินโดจีน ทหารไทยของเราได้สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว จนเป็นที่เลื่องลืออย่างมาก
ศาสตร์วิชาต่างๆ ท่านบูรพาจารย์ได้จำแนกแยกออกเป็นสายวิชาหลักมากมายดังนี้
            ๑.วิชาอยู่ยงคงกระพัน เป็นสายวิชาที่เน้นให้ร่างกายมีความคงทนต่อศาสตราวุธทั้งหลาย อย่างเช่น ฟัน แทง ไม่เข้า ซึ่งก็มีหลายวิธีในการใช้วิชาอยู่ยงคงกระพัน อาทิ การอาบน้ำว่านที่ผ่านการปลุกเสก การสักยันต์ลงคาถาอาคมไว้บนร่างกาย การปลุกเสกวัตถุมงคลแล้วให้ติดตัวไปช่วยคุ้มครอง หรือการท่องมนต์พระคาถาอยู่ยงคงกระพัน อย่างนี้เป็นต้น
๒.วิชาชาตรี ถือเป็นสุดยอดวิชาสามารถทำให้ตัวเบาเหมือนนุ่นหรือตัวหนักดั่งภูผาก็ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการทำสมาธิกำหนดจิตกำหนดลมหายใจจนเกิดพลังจิตที่กล้าแกร่ง วิชาชาตรีมีพระเกจิหลายรูปที่สำเร็จวิชานี้ อาทิ หลวงพ่อเงิน บางคลาน พิจิตร หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ พระนครศรีอยุธยา หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ดำน้ำลงไปทำตะกรุดโทนเมื่อเสร็จแล้วก็ปล่อยให้ตะกรุดลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ส่วนตะกรุดดอกไหนจมถือว่าใช้ไม่ได้ การทำตะกรุดของหลวงปู่ศุขนั้น ใช้เวลาอยู่ใต้น้ำนานมาก นี่คืออิทธิปาฏิหาริย์ของการเรียนวิชาชาตรีที่ถือว่าเป็นสุดยอดไสยศาสตร์วิชาอีกแขนงหนึ่ง

            ๓.วิชาแคล้วคลาด นับว่าเป็นศาสตร์วิชาที่มีคุณวิเศษทางด้านต้านภัยต่างๆ ทั้งภัยจากธรรมชาติหรือภัยจากมนุษย์ ภูตผีปีศาจ ไม่อาจทนแรงพลังได้ วิธีการทำต้องลงพระคาถาอาคมเลขยันต์ในวัตถุต่างๆ อาทิ มีดหมอ ผ้ายันต์ ผ้าประเจียด (ผ้าโพกหัว) เบี้ยแก้ และการสักยันต์ลงบนร่างกายหรือวัตถุมงคลต่างๆ เป็นต้น ๔.วิชามหาอุตม์ เป็นศาสตร์วิชาที่ให้คุณวิเศษทางความอุดมสมบูรณ์ ทำมาหากินคล่อง มีกินไม่มีหมดผู้ใช้ต้องหมั่นสวดภาวนา วิชามหาอุตม์เป็นอักขระพระคาถามหายันต์ที่นำไปลงวัตถุมงคลต่างๆหรือปลุกเสกสิ่งของนำมาบูชา จนกระทั่งนำอักขระมหายันต์มาสักยันต์ลงบนร่างกาย แต่ถ้าจะให้เกิดคุณโดยเร็ว ต้องหมั่นภาวนาพระคาถากำกับไว้ ถือว่าเป็นมนต์มหาเสน่ห์ มหานิยมเมตตาเป็นเลิศ เช่น นกถึดทือ เจ้ามือวิ่งหนี หรือ นกถึดทือ กระพือเรียกลาภ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อาจารย์ของกรมหลวงชุมพร ฯ
              ที้งนี้มีเรื่องเล่าว่า สมัยก่อนหลวงปู่ศุข มาพักที่วังนางเลิ้งของเสด็จในกรมฯ พอเสด็จในกรมฯ และพระชายา เข้าไปกราบแล้ว ก็เหลือบรรดานายทหาร และคนรับใช้ประจำวัง เข้าไปกราบ หลายคนขอพระเครื่อง ตะกรุดสารพัด แต่อีกหลายคนติดเบี้ยบ่อน มาขอของดีหลวงปู่ศุข ไปแก้มือ ไปล้างแค้นเจ้ามือ ท่านจะไม่ให้พระ แต่จะเขียนยันต์นกถึดทือให้ไป ปรากฏว่า เจ้ามือทั้งนางเลิ้ง พระนคร สี่กั๊ก ยันเสาชิงช้า ต้องปิดบ่อนหนีบรรดาศิษย์นกถึดทือหมด แก้มือสำเร็จ ร่ำรวยไปตามๆ กัน จนเจ้ามือขยาด ถ้ารู้ว่าเป็นพวกนกถึดทือ จากวังนางเลิ้ง จะไม่รับเข้าไปเล่น ศาสตร์วิชามหาอุตม์นี้ หลายท่านคิดว่าเป็น มหาอุด ที่หมายถึง อุดลูกปืน อุดสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าตัวอะไรประมาณนี้ซึ่งความจริงแล้ว วิชาที่อุดลูกปืนหรือป้องกันสิ่งชั่วร้ายนั้น อยู่ในหมวดวิชาอยู่ยงคงกระพัน วิชานี้ป้องกันอาวุธต่างๆ ได้ ป้องกันสิ่งเลวร้ายได้ อย่างเช่น ผู้ที่มีวิชาอยู่ยงคงกระพันถูกยิงด้วยปืน ถึงแม้ลูกปืนจะยิงออกและถูกเข้าตามร่างกาย แต่ก็ไม่สามารถทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปได้ อย่างนี้เป็นต้น

             ส่วนปืนยิงไม่ออกอยู่หมวดวิชาชาตรี ทำให้ลูกปืนมีน้ำหนักมากกว่าแรงลั่นไกและถ้ายังลั่นไกหลายครั้งลำท่อปืนอาจจะแตกหรือระเบิดได้ หรือปืนที่ยิงออกแต่ไม่ถูกเป้าหมายนั้น อยู่ในหมวดวิชาแคล้วคลาด ถ้าท่านมีวิชาแคล้วคลาดต่อให้ยิงปืนจนหมดแม็กก็ไม่ถูกอย่างนี้ เป็นต้น

               ด้วยเหตุนี้บูรพาจารย์จึงได้คิดค้นวิชาที่ให้คุณทางด้านอุดมโภคทรัพย์ขึ้นมาเนื่องจากสมัยก่อนผู้คนมีอาชีพทางการเกษตรเสียส่วนมาก จึงต้องเน้นวิชาเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ วิชามหาอุตม์นี้ได้แยกวิชาย่อยอีกหลายสายวิชา อาทิ วิชาปลุกเสก หรือ ลงนะหน้าทอง เป็นเมตตามหาเสน่ห์ วิชาปลุกเสกหรือลงสาลิกาลิ้นทองเมตตามหานิยม วิชาหุงสีผึ้งทาปากเด่นทางเมตตาค้าขายดี เป็นต้น
              หลวงพ่อชู เตชธมฺโม วัดทัพชุมพล ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อายุ 65 ปี พรรษา 44 เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความรู้เรื่องศาสตร์วิชาอาคมหลายแขนง โดยเฉพาะวิชาสักยันต์ป้องกันคุ้มภัย นับว่าเป็นศาสตร์วิชาที่ท่านมีความชำนาญมาก ท่านศึกษาวิชาอาคมจากสายพระคณาจารย์ และฆราวาสจอมขมังเวทย์มาหลายสำนัก มากถึง ๑๒ สายด้วยกัน เช่น สายหลวงพ่อทอง วัดราชโยธา สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า สายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ สายไสยเวทพุทธาคมตักศิลาเขาอ้อ เมืองพัทลุง และนอกจากนั้น ยังศึกษาวิชาเทพนิมิต มีครูเทพ ครูพรหม ครูยม ครูยักษ์ ครูฤๅษี

               หลวงพ่อชู ท่านเรียนสักยันต์มาจาก หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส และได้นำวิชาที่ร่ำเรียนมาเอื้อเฟื้อเกื้อหนุนลูกศิษย์ ก่อนที่จะลงมือสักยันต์ ท่านจะกำชับลูกศิษย์ทุกครั้งว่า วิชาที่ได้ติดตัวไปนี้ จงนำไปใช้เพื่อป้องกันตนเอง อย่านำไปใช้ในทางที่ผิด เมื่อลูกศิษย์ตกปากรับคำท่านก็จะลงมือสักยันต์ให้ วิชาของท่านนี้ใช้ดีทุกด้านแม้แต่อยู่ยงคงกระพัน ป้องกันคุ้มภัยได้สารพัด ผู้ที่ยึดมั่นถือมั่นอย่างจริงจังจะขลังถึงกระดูก ที่สำคัญต้องให้ความเคารพนับถือปู่ฤๅษีนารอด เพราะท่านเป็นองค์ปฐม หรือต้นตำรับของวิชาสักยันต์ ในแต่ละวันจะมีลูกศิษย์เดินทางมาสักยันต์กับหลวงพ่อชูเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันท่านมีลูกศิษย์มากมายหลายรุ่น จัดงานไหว้ครูในแต่ละปี มีลูกศิษย์ไปร่วมในพิธีกันเป็นพันๆ คน
             ท่านศึกษาวิชาอาคมสายพระคณาจารย์ดังหลายรูป อาทิ สายหลวงพ่อทอง วัดราชโยธา เรียนจากพ่อเขียน ไกรทองสุข สายหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง เรียนจาก พระสมุห์ชาลี วัดวังยาว ปราณบุรี สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท เรียนจากครูทัน รุจิเรส (ตำรา อ.ประสงค์ ลงทองทั้งตัวกะโหลกทอง) เรียนจากอาจารย์ใบ ทับทอง สายวัดสมรโกฏิเรียนจาก อาจารย์ประยูร จิตโสภี สายอาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง เรียนจาก อาจารย์ชุม ไชยคีรี สายเขาอ้อ และ เรียนจากอาจารย์หมอริ ภู่โพธิ์ สายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์ เรียนจากอาจารย์ฐาปนา บุญป่อง สายวัดสามวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา เรียนจากหลวงปู่รอด วัดสันติกาวาส จ.พิษณุโลก เรียนจากครูหมุด ผ่องศรี สายราชสำนัก กัมพูชา เรียนสักยันต์จาก หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จ.จันทบุรี เรียนจากหลวงพ่อเคน วัดห้วยเจียว จ.พิษณุโลก

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!