สุพรรณบุรี-เกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดดังสนั่นมีผู้เสียชีวิต 22 ราย

สุพรรณบุรี-เกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดดังสนั่นมีผู้เสียชีวิต 22 ราย

ภาพ-ข่าว:ศูนย์ข่าวสุพรรณบุรี

             เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 17 ม.ค.67 ร.ต.ท.อมรเทพ วิชิตชาญ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งมีโรงงานผลิตพลุระเบิด ที่ หมู่ 3 ต.ศาลาขาว อ.เมืองสุพรรณบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบจากนั้น นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี พลตำรวจตรีวัชรินทร์ ประสพดี ผู้บังคำการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ต.อ.พีระพจน์ ระหว่างบ้าน ผกก.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด EOD เข้าตรวจสอบ รถดับเพลิงจาก อบต.ศาลาขาว และ รถดับเพลิงเทศบาลสวนแตง สมาคมร่วมใจสวนแตง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
           ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานมีพื้นที่ขนาด 1 ไร่ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา โดยสภาพของโรงงานจากแรงระเบิด ทำให้บริเวณโรงงานเหลือและซาก โดยเศษซากของตัวโรงงานทางเหล็กและหลังคา ได้กระเด็นกระจัดกระจายเป็นวงกว้างไปไกลว่า 100 เมตร นอกจากนี้ยังพบชิ้้นส่วนของมนุษย์ กระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย ตกกระจายอยู่รอบพื้นที่
          โดยจากการสอบถามชาวบ้าน เบื้องต้นทราบว่าโรงงานแห่งนี้มีคนงานประมาณ 20 กว่าคนที่เข้าไปทำงาน ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีใครรอดออกมาได้บ้าง โดยต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง โดยจากการตรวจสอบพื้นที่รอบโรงงานของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิต ประมาณ 22ราย แต่อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างเจ้าหน้าทตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
           นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี พลตำรวจตรีวัชรินทร์ ประสพดี ผู้บังคำการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรีพ.ต.อ.พีระพจน์ ระหว่างบ้าน ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กำลังตำรวจพิศุจน์หลักฐานและชุด EOD เข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุกระเบิดของโรงงานพลุเหตุนี้ จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
            จากการตรวจสอบประวัติ โรงงานพลุแห่ง เคยเกิดเหตุการณ์พลุระเบิดมาแล้ว เมื่อเดือน พ.ย.2565 มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 3 ราย สำหรับที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตพลุลูกไข่ไล่นก จดทะเบียนในนาม นางแสงเดือน ปานจันทร์ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 2 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
             เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีคนงานรวมทั้งนายจ้างรวม 23 คนเสียชีวิต ประกอบด้วย 1.นางแสงเดือน ปานจันทร์ (เจ้าของ) 2.นางพเยาว์ บุญกล่อม 3.นางบุญเกื้อ ทองสัมฤทธิ์ 4.นางรัชนี พันธ์ตัน 5.นายรุ่งโรจน์ อุ่มน้อย 6.นางสมนึก บุญกล่อม 7.นางมานพ 8นางสาวพรทิพย์ พันธ์แตง 9.นายเก่ง 10.เตือนใจ ยิ้มแย้ม 11.สำราญ สายทอง 12.สมควร แจ้งวิถี 13.นางสุชาดา พันธ์เผือก 14.นางภัสสร นาคสมพงษ์ 15.นายทวีศักดิ์ ทองสัมฤทธิ์ 16.นางรำไพ เคนมา 17.นายโสพล สวยค้าข้าว 18.นายตั้ม ปรางจันทร์ 19.นางแหม่ม ขวัญอ่อน 20.นางสมปอง นาคพิทักษ์ 21.นายธงชัย กำเนิดนนท์ 22.นายธารา วัชระพิมลมิตร (ลูกชายนางแสงเดือน) ซึ่งรายชื่อทั้งหมดเบื้องต้นเป็นคนที่มาทำงานในโรงงาน โดยตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตและตรวจสอบว่ามีผู้รอดชีวิตอยู่หรือไม่

          คืบหน้าช่วงค่ำทางทางจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประสานขอความร่วมมือ สนับสนุนจากเจ้าหน้ามูลนิธิกู้ภัย ลงพื้นที่ระดมกำลังแบบปูพรมเพื่อ เก็บเศษชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์พุระเบิด เพื่อรวบรวมนำไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุลคล โดยมีรถห้องเย็นขนาดใหญ่ 2 คันมารอเพื่อจะนำชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชต่อไปในวันที่ 18 ม.ค.67
            โดยช่วงหัวค่ำ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาที่วัดโรงช้าง ต.ศาลาขาว อ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมกับปลัด กระทรวงพัฒนาพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี เพื่อให้กำลัง ญาติผู้ที่ประสบเหตุการณ์ โรงงานพลุระเบิด
           นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทางนายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใยในเรื่องนี้ได้สั่งการและแจ้งมาทางผมในฐานะดูแลมิติสุขภาพ เบื้องต้นขอรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีข้อมูลทั้งหมด ทั้งจากท่านผู้ว่าและคนที่ทำงานในพื้นที่ จากทีมแพทย์ของเราด้านนิติเวชที่ลงไปดูในพื้นที่เหตุการณ์ครั้งนี้สามารถพิสูจน์ว่ามีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทั้งหมด 22 ราย ซึ่งในบางพื้นที่ยังมีควันของกำมะถันค่อนข้างมากอยู่ เรายังขอสงวนพื้นที่ตรงนี้ไว้ยังไม่ให้เข้า แต่การประเมินทั้งหมดประเมินได้ว่าน่าจะมี 22 ราย ใน 22 รายนี้ เราสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคลเบื้องต้นได้ 20 คนเป็นหญิง 12 คนชาย 8 คน ที่เหลือ 2 รายอยู่ในขั้นการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดเพื่อรอการยืนยัน
            โดยต้องใช้การตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจอัตลักษณ์ของบุคคลเมื่อตรวจครบแล้วก็จะยืนยันตัวบุคคลของผู้ที่เสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะทำได้สำเร็จภายในวันพรุ่งนี้เลย หลังจากนั้นก็จะเป็นกระบวนการของการจัดการศพต่อไป ซึ่งวันนี้ทางท่านผู้ว่าฯและท่านผู้การสุพรรณบุรี ได้เข้าไปจุดเกิดเหตุเพื่อจะช่วยเหลือ เพื่อจะดูว่าผู้ประสบเหตุ มีผู้บาดเจ็บหรือไม่ แต่ผลการเข้าไปดูไม่พบผู้บาดเจ็บ ซึ่งทำให้สงสัยว่าจะเป็นผู้สูญเสียไปทั้งหมด ส่วนผู้บาดเจ็บที่ได้รับแจ้งมาส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในละแวกหมู่บ้าน เกิดจากเสียงดัง เกิดจากความตื่นตระหนก ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้มากกว่า ซึ่งในการดูแลเบื้องต้นเราจะดูแลผู้ได้รับ ผลกระทบ
            โดยขั้นตอนที่หนึ่งจะดูเรื่องผลของการพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคลเพื่อดำเนินการที่จะให้ความช่วยเหลือตามระบบตามระเบียบต่อไป ไม่ว่าจะของกระทรวงยุติธรรม ทางพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ โดยทางท่านปลัดมาเองก็มีการช่วยเหลือเยียวยากันไป ส่วนเรื่องของการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบของการเป็นญาติอันนี้เราให้ความสำคัญ ญาติที่เกี่ยวข้องผู้ใกล้ชิดจะได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ ที่จะมีปัญหาทางด้านจิตเรามีทีมประเมินและช่วยเหลือเยียวยาทางด้านจิตใจของโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเราได้ลงพื้นที่มาแล้วร่วมกับทางพม. การการช่วยเหลือทั้งหมดก็จะเป็นไปตามแนวทางนี้

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!