หมิ่นประมาททางสื่อ..ที่ออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต (ตอนที่2)

หมิ่นประมาททางสื่อ..ที่ออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต (ตอนที่2)

เรื่องโดย:ทนายมานะ ดวลโคกสูง
คอลัมน์:เฮฮา..!! ภาษากฎหมาย

หมิ่นประมาททางสื่อ..ที่ออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต (ตอนที่2)

        สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพ เป็นครั้งที่สองนะครับที่มาพบกับท่านผู้อ่านทางหน้าเผจของ น.ส.พ.อินทรีสยาม สื่อสร้างสรรค์ที่อยู่เคียงข้างประชาชนมานานปี ครั้งที่แล้วนำเสนอเกี่ยวกับการกระทำผิดฐานการหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 หมิ่นประมาทเหมือนกัน แต่สองฐานความผิด คือหมิ่นประมาท กับหมื่นประมาทด้วยการโฆษณาทางสื่อต่างๆเป็นต้น ท่านผู้อ่านที่เคารพ บางท่านยังเข้าใจผิดนะครับ มีคนมาปรึกษาบ่อยๆ ว่า”เขาหมิ่นหนู” หมิ่นประมาทหนูว่ายังไงครับ? “หมิ่นประมาทว่า อีหน้าหนังสุนัข.. หนูอายเขามากคนเยอะแยะได้ยินกันหมด” ออ..แล้วหนูทำยังไง? หนูก็ด่ามันกลับไปซีคะ!!ใครจะยอม เป็นทนายจะยอมไหมคะ?วกกลับมาถามผมอีก
“เอาหละๆๆๆๆ” ผมยกมือโบกว่อนเป็นไอ้หนุ่มหมัดเมา “หนูด่าเขาว่ายังไง ?” “ออ..หนูผู้ดีพอค่ะด่าแบบผู้ดีนะคะ..ด่าว่าอีคนสกปรกน้ำไม่รู้จักอาบ ขาวแต่หน้าข้างในไม่ล้างหนอนเจาะ…..” เอาหละๆๆๆๆ พอๆๆ เข้าใจแล้วทนายชักมึน “ทนายต้องช่วยหนูนะคะเอามันติดคุกไปเลยค่ะ..หรือให้โดนประหารชีวิตไปเลยก็ได้ค่ะ..ยิ่งดี!!!”
นี่แหละครับ ตามตัวอย่างนี้ ท่านผู้อ่านคิดว่าใครหมิ่นประมาทใครครับแบบนี้ อย่างรายแรกโดนเพื่อนร่วมงานด่าว่าหน้าหนังสุนัข เธอก็ตอบโต้รุนแรงเท่าที่จะนึกได้ กล่าวหาว่าเขาแต่งหน้าทาปาก แต่ข้างในไม่ล้างหนอนเจาะ..
ตามตัวอย่างนี่นะครับ รายแรกไปด่าเขาว่าหน้าหนังหมา ถามว่าเจ็บไหมครับใครที่ถูกด่าแบบนี้?แน่นอนครับเจ็บปวดหน้าชา แต่มันเป็นไปได้ไหมครับตัวเป็นคนหนังหน้าเป็นหมา? แน่นอนคนทั่วไปเขาก็เห็นอยู่ว่าไม่เป็นความจริง คนที่ไหนจะมีหน้าเป็นหนังหมา เมื่อเป็นไปไม่ได้จึงไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นครับซึ่งมีโทษจำและปรับน้อยกว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นคือการใส่ความผู้อื่นในลักษณะที่อาจจะทำให้บุคคลอื่นเสียหายได้ เพราะอาจจะถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังจากคนรอบข้างโดยการพูดนั้นหรือการกระทำนั้นอาจจะทำให้ชาวบ้านเขาหลงเชื่อว่าเป็นความจริง ผู้อื่นที่ถูกกล่าวถึงในทางที่ไม่ดีนั้นอาจจะถูกเข้าใจผิดว่าไม่ดีจริงๆตามที่ถูกใส่ความนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทต้องระวางทาจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ทีนี้ท่านผู้อ่านพอจะเข้าใจแล้วนะครับ คำว่า”หมิ่นประมาท”อันเป็นความผิดตามกฎหมายนั้นอาจไม่ใช่การด่าด้วยคำหยาบก็ได้ แต่อาจจะเป็นการพูดถึงกล่าวถึงในทางที่ไม่ดี โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ อย่างที่ตามข่าวสามเกลอสายล่อฟ้าที่กล่าวถึงคุณยิ่งลักษณ์ ไปในทำนองว่าคุณยิ่งลักษณ์ ไปพบกับชายคนหนึ่งที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ที่เขาเรียก ว.5 คนทั่วไปได้ยินจะสงสัยทันที่ว่าจริงหรือไม่?ไปพบชายอื่นทำไมคุณยิ่งลักษณ์ ก็มีสามีแล้ว ?และ ว.5 นี่แปลว่าความลับด้วย รวมๆแล้วจึงมีความหมายไปในทำนองชู้สาวไป..นี่แหละครับเห็นไหม หมิ่นประมาทนี่ไม่ใช่คำหยาบแม้แต่นิดเดียว
มีคดีหมิ่นประมาทคดีหนึ่งที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผมได้รับการว่าจ้างให้ไปดำเนินคดีให้จากชายผู้หนึ่ง สมมติชื่อนาย ช.นาย ช.คนนี้เดิมทีคบหาอยู่กินกับนางสาว ม.วันดีคืนดีแยกทางกันทำนองว่านางสาว ม.แอบคบหาชายอื่นด้วย นาย ช.อ้างว่าเคยส่งเสียเลี้ยงดูนางสาว ม.มาหลายปี ขอเงินนางสาวม.คืนตกลงกัน 150,000 บาท ตกลงกันเสร็จก็ให้พนักงานสอบสวนทำบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาในคืนวันนั้นประมาณ 20.00 น.ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาว ม.ไปตามหานาย ช.อดีตสามี ไปเจอที่งานวัดแห่งหนึ่งกำลังอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ นางสาว ม.ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงร้องตะโกนด่าทันที ทำนองว่านาย ช.เอาเงินเธอมาเลี้ยงดูผู้หญิงคนใหม่ โดยด่าทั้งสองคนนั่นหละ และทำท่าจะเข้าไปทำร้ายด้วย เดือดร้อนถึงเจ้าพนักงานตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ นางสาว ม.ที่อยู่กินกับนาย ช.ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันนะครับ ครับทะเลาะกันแล้วโดยนางสาว ม.เป็นฝ่ายก่อเหตุฝ่ายชายและภริยาใหม่ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ อาจจะกำลังตกใจทำอะไรไม่ถูกหรือเพราะเหตุใดไม่ปรากฏชัด นางสาว ม.ยังไม่หายแค้นไปโพสต์ในเฟสบุคข้อความว่า “มาส่องเลย พอตัวทั้งผัวทั้งเมีย พวกขอทาน เมื่อทุกอย่างมันพังไปหมดแล้วกูพร้อม” โดยไม่โพสต์เฉยๆ เอารูปที่ตำรวจเขาทำบันทึกข้อตกลงที่โรงพักใส่เข้าไปด้วย ซึ่งเมื่อสอบข้อเท็จจริงแล้วผมเห็นว่ามันเข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เพราะเอาไปโพสต์ลงในเฟสบุคเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 จึงได้ยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี
คดีนั้นผมเป็นทนายโจทก์ มีรุ่นพี่ทนายอาวุโสคนหนึ่งของจังหวัดสุพรรณเป็นทนายจำเลย (ปัจจุบันท่านผู้นี้เสียชีวิตแล้วหากล่วงเกินประการใดขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วยนะครับ) ซึ่ง พี่ทนายฝ่ายจำเลยก็ยกข้อต่อสู้ว่าคำว่า”ขอทาน” ไม่ใช่การหมิ่นประมาท เอา พรบ.ขอทานตั้งแต่สมัยโบราณมาเป็นข้อต่อสู้ แต่ก็ไปไม่รอดเพราะโจทก์ที่ 1-2 ไม่ได้มีอาชีพเป็นขอทาน พอไต่สวนมูลฟ้องเสร็จศาลก็นัดฟังคำสั่งศาล พอวันนัดมาถึงปรากฏศาลรับฟ้อง เอาละซีที่นี้ วุ่นวายทันที จำเลยต้องหาเงินหรือหลักทรัพย์มาประกันตัว พี่ทนายจำเลยก็นกรู้รีบให้จำเลยรับสารภาพโดยวางเงินบรรเทาผลร้ายไว้จำนวนหนึ่ง ศาลท่านก็อ่านคำพิพากษาในวันนั้นเลย โดยตัดสินจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท เห็นว่าจำเลยรับสารภาพวางเงินบรรเทาผลร้ายจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท และจำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อนจึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยสักครั้งโทษจำให้รอลงอาญาไว้สองปี
ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ คดีแบบนี้ศาลก็จะมีคำพิพากษาลงโทษประมาณนี้แหละครับ แม้จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตาม ปอ.ม.326 ประกอบ ปอ.ม. 328 ก็ตาม ท่านอย่าลืมนะครับกฎหมายใช้คำว่า จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทศาลท่านก็ไม่ลงโทษเต็มตามตัวบทนะครับ ยกเว้นว่าผุ้กระทำผิดไม่หลาบจำก่อเหตุซ้ำซากอันนั้นอาจไม่แน่
ครับท่านที่เคารพ คงจะเห็นแล้วนะครับความผิดบานหมิ่นประมาทนั้นผู้กระทำผิดไม่จำเป็นต้องกล่าวคำหยาบหรือด่าว่าใดๆ แต่หากพฤติกรรมเป็นการกระทำที่น่าจะสร้างความเสียหายให้บุคคลอื่น โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ก็เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ครั้งต่อไปผมจะนำข้อเท็จจริงคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณามาเขียนรับใช้ให้ท่านอื่นอีกครับ ครั้งนี้เอาตัวอย่างฝ่ายโจทกืครั้งต่อไปจะเอาตัวอย่างฝ่ายจำเลยมาเล่าบ้าง สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!