ราชบุรี – ชาวบ้านถือขวดน้ำเสียทวงถามคำชี้แจง หลังหน่วยงานแจ้งรัฐสภาน้ำไม่เสียแล้ว

ราชบุรี – ชาวบ้านถือขวดน้ำเสียทวงถามคำชี้แจง หลังหน่วยงานแจ้งรัฐสภาน้ำไม่เสียแล้ว

ภาพ/ข่าว:สุจินต์ นฤภัย 

              ชาวบ้านจาก 4 อำเภอ 5 ตำบล รวมตัวเข้ายื่นหนังสือขอคำชี้แจง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังยื่นไปที่รัฐสภาจนมีคำสั่งให้หน่วยงานฯ เข้าแก้ปัญหาน้ำเสียให้กับชาวบ้าน พร้อมให้แจ้งความดำเนินคดีกับฟาร์มที่ก่อให้เกิดน้ำเสีย แต่ทางหน่วยงานกับยื่นเรื่องไปที่รัฐสภาว่า ได้แก้ปัญหาน้ำเสียในพื้นที่แล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไข จนชาวบ้านต้องตักน้ำเสียใส่ขวดมายื่นสือทวงถามว่า “แน่ใจหรือ ไม่มีน้ำเสียแล้ว”

               วันนี้ (26 ก.ค.) ตัวแทนจากชาวบ้านจาก 4 อำเภอ 5 ตำบล ได้แก่ อ.เมือง ต.ห้วยไผ่ , ต.น้ำพุ , อ.ปากท่อ ต.ทุ่งหลวง, อ.จอมบึง ต.รางบัว, อ.วัดเพลง ต.เกาะศาลพระ ได้ถือขวดน้ำเสียจากหลายพื้นที่ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มสุกรไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ และพื้นที่การเกษตรกรของชาวบ้าน พร้อมยื่นหนังสือทวงถามต่อ ผู้อำนวยการสำนักงานสนง.สิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษภาคที่ 8 จ.ราชบุรี ถึงเรื่องที่ได้เคยยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับน้ำที่ไหลจากฟาร์มสุกรในพื้นที่ ทำให้น้ำเน่าเสียจนได้รับผลกระทบประกอบอาชีพ จนเดือดร้อนไม่สามารทำกินในที่ดินของตนเองได้กับรัฐสภา เมื่อเดือนก.ย.64 ที่ผ่านมา จนทางรัฐสภา ได้มีหนังสือมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเสียให้กับชาวบ้าน พร้อมให้หน่วยงานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับฟาร์มสุกร และฟาร์มต่างๆ ที่ปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ และพื้นที่การเกษตรกรของชาวบ้าน จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย แต่ล่าสุดได้มีหนังสือจากรัฐสภา ตอบกลับมาถึงชาวบ้านลงวันที่ 19 เม.ย.65 ว่าได้มีการรายงานการดำเนินการจากสนง.สิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษภาคที่ 8 มีการแก้ไขน้ำเน่าเสีย และลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ไม่มีแหล่งน้ำเน่าเสียแล้ว ทั้งที่ชาวบ้านต้องทนรอหน่วยงานเข้าแก้ไขปัญหามาอย่างยาวนาน จนชาวบ้านบางรายทนรอไม่ไหวต้องจำใจย้ายออกจากพื้นที่ทำกินตนเอง

              ซึ่งทางตัวแทนชาวบ้านสงสัยว่า ทำไมสนง.สิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษภาคที่ 8 ถึงรายงานรัฐสภาแบบนั้นไปได้อย่างไร ทั้งที่สนง.สิ่งแวดล้อมฯ เป็นคนตรวจสอบคุณภาพน้ำและยืนยันเองว่า น้ำเน่าเสียจริงมีผลจากการปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็น และน้ำยังคงเน่าเสียเหมือนเดิม จึงรวมตัวแทนชาวบ้านจาก 4 อำเภอ 5 ตำบล ตักน้ำที่เน่าเสียในพื้นที่ต่างๆ เพื่อมายื่นหนังสื่อทวงถาม ผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมฯ โดยมี น.ส.กัลยา กุลจิตติอารีย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชำนาญการพิเศษ สนง.สิ่งแวดล้อมฯ เป็นตัวแทนรับหนังสือแทนผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมฯ นายสมชาย หลวงละ ตัวแทนชาวบ้านบอกว่า วันนี้พวกตนอยากมาถามผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมฯ ว่าทำไมถึงรายงานรัฐสภาเข้าไปแบบนั้น ว่ามีการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียให้กับชาวบ้านแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทางสนง.สิ่งแวดล้อมฯ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเอง และรายงานว่าน้ำเน่าเสียจริง เกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มสุกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงลงแหล่งน้ำสาธารณะ และลงพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน จนชาวบ้านได้ทำหนังสือร้องเรียนไปทางรัฐสภา จนมีคำสั่งให้มีการเร่งแก้ไขแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน แต่ ณ ปัจจุบันทางชาวบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา แถมยังได้รับหนังสือจากทางรัฐสภาว่า มีการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียให้กับชาวบ้านแล้ว และผลการตรวจสอบไม่มีน้ำเน่าเสียในพื้นที่ที่ชาวบ้านมายื่นหนังมาร้องเรียนกันทางรัฐสภา

               พวกตนอยากถามว่า “ไม่มีน้ำเน่าเสียแล้วจริงๆเหรอ” แล้วน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นเน่าที่พวกตนตักใส่ขวดน้ำมาจากในพี้นที่ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสีย ที่อยู่ในมือพวกตนคือน้่ำอะไร มันไม่ใช่น้ำเน่าเสียหรือ ซึ่งพวกตนก็จะนำน้ำทั้งหมดนี้มาให้ทางสนง.สิ่งแวดล้อมฯ ว่าเป็นน้ำเน่าเสียจริงหรือไม่ และจะถามผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมฯ ว่าพวกตนได้รับการแก้ไขตรงไหน ที่ผ่านมาพวกตนได้รับความเดือดร้อนจริงๆ ถึงได้มาร้องเรียน มาทวงถามจากท่านผอ. ชาวบ้านทั้ง 4 อำเภอ 5 ตำบล ได้รับความเดือดร้อนจนไม่สามารถทำกินในที่ดินของตนเองได้แล้ว พอไปร้องเรียนตามหน่วยงานราชการ ก็โยนกันไปมาถ้าหน่วยงานไหนทำงานไม่ได้ แล้วจะมีไว้ทำไมหรือมีไว้เพื่อกินเงินภาษีประชาชน

 

 

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!