ร้อยเอ็ด-ระทึก ชาร์จจับ หนุ่มคลั่งเมายาบ้า มีดอีโต้จ่อคอจับเมีย

ร้อยเอ็ด-ระทึก ชาร์จจับ หนุ่มคลั่งเมายาบ้า มีดอีโต้จ่อคอจับเมีย

ภาพ/ข่าว:พฤตินัย มั่งสวัสดิ์,ทีมข่าวภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี
                 ,ทีมข่าวสืบสวนภาค 4 (ขอนแก่น-ร้อยเอ็ด )

                          ระทึก!ชาร์จจับ หนุ่มคลั่งเมายาบ้า มีดอีโต้จ่อคอจับเมีย ลูก เป็นตัวประกัน กล่อม 2 ชั่วโมง

                    ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ดและ สภ.เชียงขวัญ เข้าระงับเหตุหนุ่มหนีหมายจับ คดียิงหนังสติ๊ก เข้าเบ้าตาเด็กบาดเจ็บสาหัส หลบหนีกลับมาบ้านเสพยาบ้าจนหลอน พอตำรวจจะบุกจับกุม เกิดคลุ้มคลั่งใช้มีดอีโต้จี้คอลูกและเมีย กักขังไว้ในบ้าน ตำรวจเกลี้ยกล่อมนานกว่า 2 ชั่วโมง  ก่อนจะใช้กระสุนยางยิงเข้าใส่ และใช้ไม้ง่าม พร้อมกำลังบุกเข้าจับกุม ผู้ต้องหาพลาดถูกมีดตัวเองกดเข้าศีรษะ บาดเจ็บเลือดอาบนองใบหน้า ส่วนภรรยาและลูกๆ รวม 4 คน ของผู้ต้องหาบาดเจ็บเล็กน้อยถูกมีดบาดตามลำคอและร่างกาย
                   วันที่ 16 ก.ย.63 ที่ตำรวจภูธรภาค 4 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สมเกียรติ บัวนิล สว.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ว่า เมื่อค่ำวานนี้ได้เกิดเหตุระทึก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันเข้าจับกุมผู้ต้องหาคลุ้มคลั่งยาบ้า ใช้อาวุธมีดอีโต้ ทำร้ายภรรยาและลูกๆ รวม 4 คน ได้รับบาดเจ็บ และผู้ต้องหายังมีคดีติดตัวฐานใช้หนังสติ๊กยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายรายเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าแสดงตัวจับกุม ผู้ต้องหาเกิดคลุ้มคลั่งหนักใช้อาวุธมีดอีโต้จับภรรยาและลูกชายคนเล็กอายุ 3 ขวบเป็นตัวประกันและหลบหนีการจับกุมจากบ้านพักไปยังบ้านของชาวบ้านในกระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน ก่อนจะจับกุมตัวไว้ได้เล่นเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจเหนื่อยและบาดเจ็บไปหลายราย จากการชุลมุนจับกุมผู้ต้องหาที่มีอาวุธมีดติดตัว
                      เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 15 ก.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงขวัญ ได้รับแจ้งมีเหตุชายคลุ้มคลั่งเมายาบ้ามีอาวุธมีดไล่ทำร้ายคนในครอบครัว ที่บ้านเลขที่ 7 ม.11 บ้านหวายหลึม ต.บ้านเขื่อง อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายธงชัย คำภักดี อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 207/2563 ลงวันที่ 22 มิ.ย.63 ในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” (ใช้หนังสติ๊กยิงเข้าเบ้าตาเด็กและเยาวชนในหมู่บ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส) แล้วหลบหนีไปทำงานรับจ้างในต่างจังหวัด หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.เนติวัฒน์ จันทรา ผกก.สภ.เชียงขวัญ นำกำลังเข้าไประงับเหตุและจับกุมตัวผู้ต้องหาทันที แต่ผู้ต้องหาขัดขืนและยังมีอาวุธมีดอีโต้จับลุกชายวัย 3 ขวบเป็นตัวประกัน ยากแก่การเข้าจับกุมได้โดยง่าย  จึงได้รายงานไปยัง พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4 ,พล.ต.ต.ไพโรจน์ มังคลา ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ,พ.ต.อ.วีระวัฒน์ สระบัว ผกก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ,เพื่อขอกำลังเสริมในการเข้าจับกุม
                      ต่อมา พ.ต.อ.วีระวัฒน์ สระบัว นำกำลังชุดสืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด เข้าเสริมกำลังประกอบด้วย พ.ต.ท.สมเกียรติ บัวนิล สว.สส.ฯ ,พ.ต.ท.นวศรี สัตบุตร ,พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ คำหล่อ และกำลังจำนวนกว่า 20 นาย เข้าถึงที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาอยู่ในชุดลายพรางไม่ยอมให้จับกุม ได้ใช้มีดอีโต้จี้คอเด็กชายวิโชค คำภักดี อายุ 3 ปี ลุกชายตัวเองจนมีเลือดไหลอาบลำคอ และพาหลบหนีไปซ่อนตัวในบ้านหลังหนึ่งใกล้ทุ่งนา ห่างจากบ้านตัวเองไม่มากนัก ระหว่างที่ต่อรองเจรจากับผู้ต้องหา ก็มีการวางแผนบุกเข้าจับกุมเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้ต้องหาและตัวประกัน โดยมี พ.ต.ท.สมเกียรติ บัวนิล และกำลังใช้กระสุนยาง จากอาวุธปืนลูกซองยาว ปืนยาว ล้อมผู้ต้องหาเอาไว้ ผู้ต้องหาได้ร้องขอให้ตำรวจจัดหารถจักรยานยนต์เพื่อจะหลบหนี และแลกกับการปล่อยตัวประกันเป็นอิสระ

                    ตำรวจเจรจาว่าจะจัดหาให้ตามคำขอ จนผู้ต้องเชื่อ ระหว่างที่ผู้ต้องหาอุ้มลูกชายไว้ที่หน้าท้องและมีมีดอีโต้จี้ที่ลำคอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้จังหวะและโอกาส ใช้กระสุนยางยิงเข้าใส่บริเวณหน้าขา และท้องเหนืออวัยวะเพศ จนทำให้ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ ปล่อยตัวประกันลงมา และเป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ไม้ง่ามบุกเข้าประชิดตัวและจับกุม
                   ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหานั้นยังมีอาวุธมีดถืออยู่ทำให้ไม้ง่ามที่กดทับแขนไปที่ศีรษะของผู้ต้องหาจนถูกมีดตัวเองบาดเข้าศีรษะบาดเจ็บ เมื่ออาการสงบก็ได้รีบทำบาดแผลและคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.เชียงขวัญ ในข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 207/2563 ลงวันที่ 22 มิ.ย.63 ในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” (ใช้หนังสติ๊กยิงเข้าเบ้าตาเด็กและเยาวชนในหมู่บ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส )และข้อหาใหม่คือ “ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ,พกพาอาวุธมีดฯ , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้มีอาชีพรับจ้างทั่วไปและเสพยาบ้าจนประสาทหลอนทำร้ายคนในครอบครัวที่มีภรรยาและลูกอีก 3 คน อยู่เป็นประจำ และใช้หนังสติ๊กยิงเบ้าตาเด็กเยาวชน คนในหมู่บ้านมาแล้วหลายราย จนล่าสุดก่อเหตุยิงหนังสติ๊กใส่เบ้าตาเด็กในหมู่บ้านบาดเจ็บสาหัส มีการแจ้งความออกหมายจับและหลบหนีไป เมื่อกลับมาบ้านก็ยังเสพยาบ้าจนหลอนอีก นับว่าเป็นบุคคลอันตรายมาก หากพ้นโทษออกมาอีก อาจจะมาเสพยาบ้าและก่อเหตุร้ายซ้ำอีกได้

สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆได้ก่อนใครที่ https://www.siameagle.com
หรือ https://www.facebook.com/siameaglenews/

CATEGORIES
TAGS
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!