เชียงใหม่-รมว.ท่องเที่ยวฯหารือเตรียมพร้อมเปิดประเทศ รับ นทท.ต่างชาติ

เชียงใหม่-รมว.ท่องเที่ยวฯหารือเตรียมพร้อมเปิดประเทศ รับ นทท.ต่างชาติ

ภาพ-ข่าว:นันธิกา กิจปาโล
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

รมว.การท่องเที่ยวฯ หารือร่วมหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หลังธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 เป็นอย่างมาก ซึ่งที่ประชุมได้ขอรับการช่วยเหลือจากรัฐหลายประการ โดยเฉพาะการบินตรงเข้าเชียงใหม่ เพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ผ่านการคัดกรองโรคโควิด – 19 แล้วให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวพื้นที่เชียงใหม่ได้
         ที่ห้องจองคำ โรงแรมรติล้านนา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการเสนอแนวคิดการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าประเทศ พร้อมรับฟัง แนวคิด ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำไปหาทางช่วยเหลือ ผลักดันต่อไป โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ จากผลกระทบ โควิด – 19 ที่ส่งผลให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศซบเซา ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีแนวคิดจะผลักดันให้จังหวัดที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพื้นที่นำร่องใน 5 จังหวัด คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชลบุรี และเชียงใหม่ โดยจะคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการส่งเสริมให้เป็นจุดพัก ท่องเที่ยวที่สามารถดูแล อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติท่องเที่ยวอยู่ภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้เฉพาะ ในรูป Sand box โดยต้องกำหนดแผนการพำนัก กักตัวในพื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากโรคโควิด -19 ในขณะที่คนในพื้นที่ Sand box ต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด- 19 อย่างทั่วถึง อย่างน้อย 70 %
           ในการนี้ ภาคธุรกิจผู้ประกอบการได้ขอให้รัฐช่วยเหลือ ผลักดันให้มีการกลับมาเปิดเส้นทางบินข้ามภูมิภาคโดยเร็ว พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งไทยเที่ยวไทย และการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ โดยร่วมกันวางมาตรการระวังภัยจากโควิด -19 เพื่อดึงเศรษฐกิจกลับคืนมา พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของมัคคุเทศก์ เรื่องการต่อใบอนุญาต การเปิดอบรม และการขอวัคซีนให้กับมัคคุเทศก์ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งว่า ขณะนี้อธิบดีกรมการท่องเที่ยวรับทราบข้อมูลแล้ว เพราะมีผู้สอบถามเป็นจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการหารือแนวทางผ่อนผัน ขอให้ทุกท่านไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องของวัคซีนอยากให้มัคคุเทศก์ทั้งหมดในประเทศไทย เร่งสื่อสารข้อมูลความต้องการไปที่สมาคมหรือกรมการท่องเที่ยว เพื่อรับการสนับสนุนต่อไป
            ในส่วนของเรื่องรถยนต์ผ่านแดน ได้มีการหารือกับกระทรวงคมนาคมว่าจะจัดตั้งศูนย์บริการร่วมของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (Third Party) ไว้ที่คุนหมิง หรือสิบสองปันนา เพื่อสะดวกสำหรับชาวจีนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยการขับรถผ่านทางจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้จะได้หาวิธีการขออนุญาตล่วงหน้า หรือการฝึกอบรมเพื่อทำใบขับขี่กรณีใบขับขี่ชั่วคราว สำหรับการขับเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้หารือกับกระทรวงคมนาคมในเบื้องต้นแล้ว แต่ประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อน เลยต้องพักโครงการไป ซึ่งโครงการนี้ทางคุนหมิงได้เสนอว่า หากประเทศไทยยังไม่พร้อมทางคุนหมิงยินดีที่จะจัดตั้ง Third Party เพื่อจัดฝึกอบรมให้เป็นไปตามที่กฎของประเทศไทยกำหนด
            ส่วนเรื่องของ Travel Bubble หรือการจับคู่ด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศที่มีความมั่นใจในความปลอดภัยของโรคโควิด-19 ในอนาคตนั้น จังหวัดเชียงใหม่จะต้องคัดเลือกพื้นที่ Sandbox ก่อน เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สามารถเดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้ไม่ต้องเข้ารับการกักตัว ซึ่งควรเป็นพื้นที่ทั้งอำเภอ แต่ต้องมีการหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและฝ่ายความมั่นคงก่อน ว่าหากทำแล้วจะมีแนวทางป้องกันอย่างไรสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ Sandbox ดังกล่าว และการควบคุมผู้ที่เข้าไปอยู่ใน Sandbox ไม่ให้ออกนอกบริเวณที่กำหนด และหากทำได้เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากการรับฟังข้อคิดเห็นในวันนี้ พบว่า เรื่องที่ผู้เข้าร่วมหารือมีความต้องการมากที่สุด คือวัคซีนป้องกันโควิด-19 จึงขอให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขของจังหวัดเชียงใหม่รวบรวมจำนวนของวัคซีนสำหรับกลุ่มที่มีความจำเป็น อาทิ โรงแรมที่จะเป็นสถานกักกัน หรือสปา ซึ่งจะต้องสัมผัสกับนักท่องเที่ยว และส่งให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำข้อมูลเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

CATEGORIES
TAGS
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!