ปราจีนบุรี-เครือข่ายผู้ปกครอง ครู ศิษย์เก่า ยื่นหนังสือ สพฐ.เขต 7 –วางหรีด! ไม่เอาผอ.ฉาว!!

ปราจีนบุรี-เครือข่ายผู้ปกครอง ครู ศิษย์เก่า ยื่นหนังสือ สพฐ.เขต 7 –วางหรีด! ไม่เอาผอ.ฉาว!!

ภาพ/ข่าว:มานิตย์ สนับบุญ

         เครือข่ายผู้ปกครอง ครู ศิษย์เก่า รร.นครนายก ยื่นหนังสือ สพฐ.เขต 7 –วางหรีด! ไม่เอาผอ.ฉาว!!

           วันที่ 2 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรี รายงานว่า ตัวแทนเครือข่ายคณะผู้ปกครอง-ครู -ศิษย์เก่า โรงเรียนนครนายกวิทยาคม จ.นครนายก ได้เดินทางมาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 7 ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อยื่นหนังสือ เรื่องการโยกย้าย ผอ.จาก โรงเรียนจักราชวิทยาคม จ.นครราชสีมา ที่เป็นข่าวว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศครูผู้สอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นหญิงสาวชาวฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันที่ 16 พ.ค. 62 ที่ผ่านมา และ มีการแจ้งความที่ สภ.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียและนักเรียนไม่อยากได้ผู้บริหารที่มีพฤติกรรมไม่ดี จึงได้ร้องทุกข์ให้ผู้บริหาร สพม.31 นครราชสีมา ดำเนินการสอบสวนทางวินัยแต่ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รร.จักราชวิทยา ได้ยื่นหนังสือให้ สพม.31 นครราชสีมา ตรวจสอบการบริหารงบประมาณ ส่งผลให้มีคำสั่งให้นายพงษ์มิตร ฯ ถูกให้ย้ายออกจากพื้นที่ไปปฏิบัติราชการที่ สพม.31 เป็นเวลา 15 วัน
           หลังจากนั้นได้มีคำสั่งให้ ผอ.คนดังกล่าวย้ายมาที่โรงเรียนนครนายกวิทยาคม ทำให้คณะครู ศิษย์เก่า และผู้ปกครองของทางโรงเรียน นครจายกวิทยาคม หลังจากทราบข่าว ต่างไม่เห็นด้วย และไม่ขอรับ ผอ.คนดังกล่าว เข้ามาบริหารจัดการในโรงเรียนแห่งนี้ เกรงจะเกิดปัญหาซ้ำรอย โดยก่อนหน้านี้ ทางโรงเรียนได้มีการแสดงเจตนารมณ์ โดยการถือป้ายข้อความ ต่างๆมาแล้วที่บริเวณหน้าโรงเรียนนครนายกวิทยา และในวันนี้ทางตัวแทนคณะผู้ปกครอง ครู และศิษย์เก่า โรงเรียนนครนายกวิทยาคมได้เดินทางมายื่นหนังสือให้กับทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 7 ปจ.ที่ดูแลโดยมีนางธัญชนก ก้อนเงิน รักษาการแทน ผ.อ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 7 ปจ. เป็นตัวแทนรับหนังสือดังกล่าวในฐานที่เป็นต้นสังกัด เพื่อพิจารณาอีกครั้ง
            ด้านนาย ประทีป วงศ์สว่างศิริ ผอ.กลุ่มบริหารฯ กล่าวว่า “ สพฐ.7ไม่มีอำนาจสั่งการยับยั้งใดๆ มีหน้าที่ทำตามคำสั่งเป็นหลัก ตนได้ติดตามข่าวของ ผอ.คนดังกล่าว มาตั้งแต่เกิดเรื่องที่เด็กนักเรียนที่โรงเรียนจักรราชฯ ออกมาขับไล่เรื่องของการบริหารจัดการงบของโรงเรียนไม่โปร่งใสแล้ว และมาเกิดเรื่องฉาวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศกับครูสอนภาษาชาว ฟิลิปปินส์ ที่สอนที่โรงเรียนจักราชฯ ทำให้เด็กนักเรียนที่โรงเรียนจักราชถึงขั้นแตกหักออกมาขับไล่ ผอ.คนดังกล่าวให้พ้นจากโรงเรียน

            โดยเบื้องต้นทาง ผอ.คนดังกล่าวยอมที่จะย้ายไปที่โรงเรียนในพื้นที่ปางสีดา แต่ไม่รู้ระบบทางราชการมีการเอื้ออำนวยกันอย่างไร กลับถูกส่งมาที่โรงเรียนนครนายกฯ โดยมีกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนนครนายกวิทยาคม และกรรมการการศึกษาจังหวัดนครนายกเป็นคนเซ็นรับรอง รับ ผอ.คนดังกล่าว ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะว่าไม่มีการสอบถามครู ผู้ปกครอง และศิษย์เก่าทั้งที่ ผอ.คนนี้มีมลทิน มาจากโรงเรียนเดิม ซึ่งทำให้ทาง ครู นักเรียน ผู้ปกครองและศิษย์เก่า รับไม่ได้ ที่สำคัญย้ายจากโรงเรียนจำประจำอำเภอ มาเป็น ผอ.โรงเรียนประจำจังหวัด ใหญ่กว่าที่เดิมอีก มองแล้วเป็นการพิจารณาระบบราชการที่ไม่ถูกต้องเหมือนเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยไม่แยกชั่วดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น

           โดยทางเราเชื่อว่าที่เด็กเค้าทำกัน เพราะว่าเค้าถึงที่สุดๆแล้วจึงได้มีการขับไล่กัน ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ออกจากพื้นที่แล้ว และไม่คิดว่าจะมาลงที่จังหวัดนครนายก ซึ่งเราจึงได้มีการคัดค้านไม่เอา ผอ.คนดังกล่าว อยู่ในโรงเรียนนครนายกวิทยาคม

           ทางด้านนายสว่าง ทองไพ ฐานะผู้ปกครองนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนครนายกวิทยาคม กล่าวว่า”หลังจากที่ทราบข่าวเรื่องนี้ปรากฏตามสื่อต่างๆ ถือว่ารุนแรง เพราะเป็นเรื่องทางเพศ โดยเฉพาะในช่วงนี้ปัญหาแบบนี้มีอยู่มาก ซึ่งผู้ปกครองเองที่ทราบข่าวแล้ว เลยพยายามหาข้อเท็จจริง ซึ่งสืบมาแล้วเป็นไปตามที่นำเสนอ เบื้องต้นทราบว่าได้มีการยอมความในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ในเรื่องของจริยธรรม ซึ่งเป็นถึงขั้นผู้บริหารสถานศึกษาสำคัญคือจะต้องเข้าไปดูแลบุคลากรด้านการศึกษาเป็นร้อยเด็กนักเรียนอีกไม่น้อยกว่าสองพันกว่าคน จะต้องเป็นต้นแบบที่ดี ไม่ใช่มีพฤตกรรมลวนลามเมื่อเกิดเรื่องแล้วมาอ้างโน่นนี้นั้น

          ซึ่งถ้ามีจริยธรรม และจรรยาบรรณ จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จะมาคิดว่าเป็นระเบียบหรือธรรมเนียมของต่างชาติ คือมันต้องรู้กาลเทศะ และย่องไปทำนอกเวลาและในเวลากลางคืน จริงแล้วมันเป็นนิสัยของคนกระทำเอง ทำให้ผู้ปกครองหลายท่านเป็นห่วงโดยเฉพาะลูกผู้หญิง ว่าจะโดนกระทำเมื่อไหร่ ซึ่งขณะนี้เริ่มรู้ถึงความไม่ปลอดภัยแล้ว บางคนถึงขั้นจะย้ายลูกออกจากโรงเรียนด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากเป็นปลายเทอมใกล้ปิดเรียนแล้ว ไม่แน่เทอมหน้าอาจจะมีการย้ายออกจากโรงเรียนนี้ หาก ผอ.คนนี้อยู่ในโรงเรียนนครนายกวิทยา รวมถึงผู้ปกครอง ที่จะเอาลูกมาเรียนโรงเรียนนี้เริ่มคิดว่าจะไม่เอาลูกมาเรียนโรงเรียนนี้ รวมไปถึงขณะนี้โรงเรียนนครนายฯ เริ่มมีปัญหาหลายๆด้าน สิ่งที่ดีที่สุดตอนนี้ไม่อยากให้ ผอ.คนนี้เข้ามาบริหารโรงเรียนนครนายฯ แต่ถ้าไปเคลียร์ตัวเองกับต้นสังกัดให้ตัวเองสะอาดก่อน อาจจะยอมรับกันได้

          ด้านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 7 ปจ.กล่าวว่า”หลังจากได้รับหนังสือร้องทุกข์ดังกล่าวแล้วจะได้แจ้งให้ ทาง ผอ.เขตพื้นที่ได้รับทราบ และจะทำเรื่องไปทางศึกษาธิการจังหวัดนครนายก เพื่อนำเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครนายกพิจารณา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นก็เป็นไปตามคณะกรรมการศึกษาธการนครนายก ซึ่งเขตพื้นที่ไม่มีอำนาจที่จะรับย้ายหรือไม่รับย้าย อำนาจทั้งหมดอยู่ที่ศึกษาธิการจังหวัดนครนายก ทางเราทำได้แต่เพียงนำเสนอข้อมูลต่างๆไปให้ศึกษาธิการเท่านั้น

           ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่าหลังจากการยื่นหนังสื่อวันนี้แล้วทางกลุ่มของผู้ปกครอง ครู และศิษย์เก่าโรงเรียนจะได้นำหนังสือที่เตรียมไว้ยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงต่างประเทศ เพราะถือว่าการกระทำของ ผอ.คนดังกล่าวนั้นมีมูล และเป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว แม้จะมีการยอมความกันก็ตาม ถือว่าสร้างความเสียหายหลายๆด้าน หากครูสอนภาษาคนดังกล่าวมีการพูดต่อกัน…

สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆได้ก่อนใครที่ https://www.siameagle.com
หรือ https://www.facebook.com/siameaglenews/

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!