เพชรบุรี-โต้ข้อมูลภาพลับ เชื่อมโยงสาเหตุที่บิลลี่หายตัวไป

เพชรบุรี-โต้ข้อมูลภาพลับ เชื่อมโยงสาเหตุที่บิลลี่หายตัวไป

ภาพ/ข่าว:สุรพล นาคนคร

          โต้ข้อมูลภาพลับที่มีการพูดถึงและเชื่อมโยงว่า เป็นภาพที่อยู่ในโน้ตบุคส์ของนายพอละจีจนทำให้ถูกทำให้หายตัว เป็นเหตุการณ์ที่อดีตครูใหญ่ โรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึก ออกมาชี้แจงก่อนหน้าว่า เป็นไม้จากไหนและเอาไปทำอะไร อดีตครูใหญ่เคยออกมาโต้ บอกสงสัยหัวหน้าชัยวัฒน์ถูกโจมตี(มีคลิป)

          นี่เป็นภาพของร.ต.อ.ไสว อัครพันธ์ ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในขณะนั้นที่ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2557 เกี่ยวกับภาพที่นายสุรพงษ์ กองจันทึกนำออกมาเผยแพร่ว่า อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้นายพอละจี รักจงเจริญ ถูกอุ้มหายไป ซึ่งขณะนั้นครูใหญ่ ร.ร.ตชด.บ้านโป่งลึกทราบข่าว จึงออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เพราะมีการนำข้อมูลไปเชื่อมโยงและกล่าวหานายชัยวัฒน์แบบผิดๆ

          ซึ่งสืบเนื่องจาก นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนบางสื่อ โดยนำภาพถ่ายที่มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งบางคนสวมเสื้อมีข้อความด้านหลังว่า “อุทยานแห่งชาติ” กำลังใช้เลื่อยยนต์ตัดท่อนซุงขนาดใหญ่ในสถานที่แห่งหนึ่ง แล้วให้สัมภาษณ์อ้างว่า ได้ภาพนี้มาจาก น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยา นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ชาวกะหร่าง ที่เป็นข่าวหายไปจากป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กว่า 2 เดือน ซึ่งนายสุรพงษ์ยังอ้างว่า ภาพชุดดังกล่าว นายบิลลี่เป็นผู้บันทึกภาพเก็บในแฟลชไดรฟ์พกติดตัว และก๊อบปี้ส่วนหนึ่งไว้ที่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กที่บ้าน และอาจเป็นสาเหตุการหายตัวไปของนายบิลลี่

            โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2557 ร.ต.อ.ไสว อัครพันธ์ ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายสุรพงษ์จากทีวีหลายช่องและสื่อออนไลน์ รู้สึกไม่สบายใจ เพราะเป็นข้อมูลที่บิดเบือนและเป็นความเท็จ ทั้งนี้ภาพที่มีคนตัดไม้ที่นายสุรพงษ์นำเสนอต่อสื่อ ในเหตุการณ์นั้นมีตนอยู่ด้วย ขอชี้แจงว่าไม้ที่พบเห็นในภาพเป็นท่อนไม้เก่าที่ถูกตัดเหลือทิ้งมาจากการขออนุญาตสัมปทานป่าแก่งกระจานบริเวณดังกล่าวเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว ท่อนไม้ได้ลอยมาติดที่ริมตลิ่งหลังโรงเรียน ตชด.ที่ตนเป็นครูใหญ่อยู่ เมื่อเดือน ก.ค. 2554 จึงได้ขออนุญาตนายชัยวัฒน์เพื่อขอไม้ที่พบดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ของโรงเรียนและส่วนรวมในพื้นที่


              ร.ต.อ.ไสว กล่าวต่อว่า เบื้องต้นนายชัยวัฒน์บอกว่าไม้ดังกล่าวมีลักษณะเป็นไม้ล้มหมอนนอนไพร สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ตนจึงได้ร่วมกับชุดอาสา ชาวบ้าน และกำลังตำรวจ ตชด.บางส่วน ไปช่วยกันตัดเพื่อนำไปทำเป็นโรงอาหารให้เด็กนักเรียน ป้ายชื่อโรงเรียน และป้ายชื่อโครงการพระราชดำริ
“ขอยืนยันว่า เหตุการณ์ช่วงตัดไม้ที่ปรากฏในภาพไม่มีนายบิลลี่อยู่ร่วมเหตุการณ์ เนื่องจากนายบิลลี่มีภรรยาอยู่ที่บ้านป่าเด็ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านโป่งลึก-บางกลอย กว่า 100 กม. และไม่ได้กลับมาในช่วงนั้น ที่สำคัญ ผมมีภาพการแปรรูปไม้กระทั่งการนำไปใช้ประโยชน์ โดยปรากฏภาพผมอยู่ร่วมในเหตุการณ์คราวนั้นด้วย”

              จากนั้น ร.ต.อ.ไสว ได้นำภาพให้ผู้สื่อข่าวดูจำนวนหลายภาพ พร้อมกล่าวต่อว่า ตนไม่ทราบว่านายสุรพงษ์นำภาพมาจากไหน นำมาจากนายบิลลี่จริงหรือไม่ ตนทำหน้าที่ครูใหญ่กว่า 3 ปี เห็นนายชัยวัฒน์ทำงานปกป้องผืนป่าและเป็นนักพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ชาติพันธุ์บ้านโป่งลึก-บางกลอยมาโดยตลอด ทำงานเสี่ยงภัยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ไม่อยากให้มีการโยนความผิด โดยบิดเบือนประเด็นโยงไปยังกรณีหายตัวไปของนายบิลลี่ จึงจำต้องออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงและให้กำลังใจคนทำความดีแก่ป่าแก่งกระจาน พร้อมกันนี้ ตนจะทำหนังสือเพื่อยื่นต่อ นายมณเฑียร ทองนิตย์ ผวจ.เพชรบุรี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่นายชัยวัฒน์และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แล้ว

สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆได้ก่อนใครที่ https://www.siameagle.com
หรือ https://www.facebook.com/siameaglenews/

CATEGORIES
TAGS
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!