รู้ป้องกัน..แก้คุณไสย !!

รู้ป้องกัน..แก้คุณไสย !!

รู้ป้องกัน..แก้คุณไสย   

                 คุณไสย มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท อย่างคุณผี (ใช้ผีมาเข้าสิง หรือทำร้าย) ,  คุณคน (การกระทำ โดยใช้สิ่งของ หรืออาคมต่างๆ) , เสน่ห์ยาแฝด , ยาสั่ง , ฝังรูปฝังรอย, ลมเพลมพัด ฯลฯ ซึ่งวิธีการกระทำยำยี คุณไสย ได้แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ  กระทำโดยตรงถึงตัว และ กระทำโดยมโนคติ

การกระทำยำยี โดยใช้วิชาไสยศาสตร์ นั้นถ้าจะให้สัมฤทธิ์ผล ต้องอาศัยเหตุ 3 ประการคือ 1.ผู้กระทำ ต้องกระทำด้วยความสุจริตใจ   2. ผู้ที่กระทำเป็นฝ่ายถูก แต่ได้รับความ อยุติธรรม  3. ผู้ที่ถูกกระทำ ต้องไม่มีการป้องกันตัว ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข 3 ประการนี้แล้ว ก็ยากนักที่การกระทำยำยี นั้นจะเป็นผล เมื่อเราทราบถึง วิธีการและเงื่อนไขแล้ว ก็จะทำให้เราสามารถป้องกันตัวเอง จากคุณไสย ต่างๆ ได้

สำหรับการป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกคุณไสย มีหลักง่ายๆคือ 1. ต้องเป็นผู้มีศีล มีธรรม น้อมนำพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่ง หมั่นสวดมนต์ภาวนา บูชาพระรัตนตรัยอย่างสม่ำเสมอ กล่าวกันว่า ใครก็ตามที่สามารถ ไหว้พระ  สวดมนต์ บูชาคุณพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์ ได้ก็แสดงว่า ไม่ได้ถูกคุณไสยกระทำ  2. ไม่ก่อกรรมทำเข็ญ กับใคร ไม่เบียดเบียนใคร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา ใจ ก็ตาม  3. หลีกเลี่ยงการเชื่อมโยง กับคุณไสยต่างๆ เช่น ถ้าในเวลากลางคืนได้ยินเสียงอะไรดังผิดปกติ ก็อย่าไปทักให้อยู่เฉยๆ ไว้(ใช้สติไตร่ตรอง) ,อย่าเข้าไปในสถานที่ ที่หวงห้าม หรือกระทำในสิ่งที่เป็นการลบหลู่ ,อย่าหยิบจับ วัตถุอาถรรพ์ใดๆ โดยเด็ดขาด   4. ทำอาถรรพ์ กฤตยาคม ป้องกันตนเอง เช่น  การสวดมนต์คาถา , อาราธนาพระคล้องคอ, การทำดวงพิชัยสงคราม,   ผูกดวงไว้บูชาดวง,  แขวนยันต์ท้าวเวสสุวรรณ, การฝังอาถรรพ์บริเวณบ้าน หรือการปลูกต้นไม้ เพื่อป้องกัน คุณไสยต่างๆ 5. ทำบุญทำทาน สร้างกุศล แล้วแผ่เมตตา และอุทิศส่วนบุญ ให้แก่ เจ้ากรรมนายเวร ,เทวดาประจำตัวที่คอยปกปักรักษาตัวเรา  ส่วนหัวใจของการป้องกันคุณไสยก็คือ การเป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม ไม่วุ่นวายหาเรื่องใส่ตัวนั่นเอง

การแก้คุณไสยต่างๆ ก่อนอื่นต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่า สิ่งที่เป็นนั้น มีสาเหตุจากอะไร และควรยึดหลักวิทยาศาสตร์ก่อน ถ้าไม่ค่อยสบาย เจ็บไข้ได้ป่วย ก็ต้องไปหาหมอ แต่ถ้าพยายามรักษาจนถึงที่สุดแล้ว หมอหมดทางรักษา แล้ว ก็ค่อยหันมาใช้วิธีทางไสยศาสตร์ การพิสูจน์ก็มีหลายวิธี แต่วิธีที่ดีที่สุด คือ ลองให้ผู้ป่วยสวดมนต์ไหว้พระ  สวดคาถาชินบัญชร ถ้าสวดได้จนจบ  ก็พอสรุปได้ว่า คงไม่ได้โดนคุณไสย  แต่อาจจะเป็นโรคเวรโรคกรรม  เป็นบุพกรรม ที่ผู้ป่วยได้เคยกระทำมาในอดีต ถ้าเป็นเช่นนั้น วิธีการรักษาก็ต้องควบคู่ไปกับ การสร้างบุญสร้างกุศล ชดใช้หนี้กรรม หารือปรึกษาพระ หรือ ผู้ที่มีความรู้ในการแก้อาถรรพ์ต่างๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่คาถาที่ใช้ในการแก้คุณไสย ก็จะเป็น คาถาธรณีสาร ถอนโบสถ์ ถอนเสมา ข่ายเพชรพระพุทธเจ้า  ชินบัญชร  แต่ถ้าสามารถรอได้ ต้องการให้สัมฤทธิ์ผลอย่างแน่นอน ก็ต้องหาฤกษ์ กำหนดวันและเวลา ในการล้างอาถรรพ์ให้ดี  หรือ นำน้ำมนต์ที่วัด มาอาบหรือ ให้ผู้ถูกคุณไสย ดื่ม ก็จะสามารถแก้อาถรรพ์ได้เช่นกัน ซึ่งวิธีแก้คุณไสยยังมีอีกหลากหลายวิธี ซึ่งถ้าพิสูจน์จนมั่นใจแล้วว่า โดนคุณไสยแน่นอน ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ พระ หรือ หมอผี ดีที่สุด

สำหรับคนที่ปล่อยของ ถ้าไม่อยู่ในศีล หรือกระทำผิด คิดร้าย ไม่เป็นไปตามเหตุ 3 ประการข้างต้น ก็ย่อมนำผลร้ายมาสู่ตัวเอง หรือโดนของกลับเข้าตัวเอง กล่าวกันว่า ผู้ที่ใช้มนต์ดำ ไสยดำ ทำร้ายคนอื่นตายไปก็จะกลายไปเป็น ปอบ หรือกระสือ ที่หิวโหย ทุกข์ทรมาน ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าสู้หน้าใคร  หรือถ้าไปเกิดในชาติหน้า ก็จะกลายเป็นคนปัญญาอ่อน สติไม่สมประกอบ

การเข้าใจว่าถูกคุณไสยนั้นส่วนมาก ก็อาจจะเกิดจากการเข้าใจผิด ทึกทักอุปทานไปเองก็มี  คนที่จะโดนของ หรือถูกคุณไสยได้นั้น ส่วนหนึ่งก็คงมาจาก บุพกรรม ของแต่ละคน ตามที่พระท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”นั่นเอง

 

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!