พลิกแฟ้มคดีดัง:“คิด เดอะริปเปอร์ “ตำนานโหด ฆาตกรต่อเนื่อง

พลิกแฟ้มคดีดัง:“คิด เดอะริปเปอร์ “ตำนานโหด ฆาตกรต่อเนื่อง

เรื่องโดย:ทีมข่าวเฉพาะกิจ

พลิกแฟ้มคดีดัง

“ คิด เดอะริปเปอร์ “ตำนานโหด ฆาตกรต่อเนื่อง

            ปี 2548 ไม่มีคดีอาชญากรรมไหนจะโด่งดังและสะเทือนขวัญไปกว่า คดีฆาตกรรมต่อเนื่องหมอนวดและนักร้องคาเฟ่ 5 ศพรวด โดยฝีมือของนายสมคิด พุ่มพวง ซึ่งได้รับฉายา “คิด เดอะริปเปอร์” เมืองไทย  ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกับ”แจ๊ค เดอะริปเปอร์” ฆาตกรต่อเนื่องระดับตำนานที่โด่งดังที่สุดในโลก ที่ก่อเหตุฆ่าสาวบริการทางเพศในกรุงลอนดอนหลายศพ เมื่อ 100 กว่าปีก่อน
นายสมคิดก่อเหตุลวงนักร้องคาเฟ่และหมอนวดไปร่วมหลับนอน ก่อนลงมือสังหารด้วยวิธีต่างๆ ทั้งรัดคอ หรือจับกดน้ำ จากนั้นปลดทรัพย์สินหลบหนี สักพักก็ก่อเหตุลักษณะเดิมอีก ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2548 รวมแล้วถึง 5 คดี แต่ที่น่าตกใจก็คือในเดือนมิถุนายนเดือนเดียว มีการลงมือสังหารเหยื่อไปถึง 4 รายรวด เรียกว่าลงมือทุกสัปดาห์!!!
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2548 เหยื่อคือ น.ส.วารุณี พิมพะบุตร นักร้องคาเฟ่ สภาพศพถูกมัดและกดน้ำเสียชีวิตในห้องพักโรงแรมพลอยพาเลซ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เหยื่อถูกปลดทรัพย์สินไปจนหมด เหยื่อรายที่สอง วันที่ 4 มิถุนายน 2548 เกิดเหตุฆ่า น.ส.ผ่องพรรณ ทรัพย์ชัย หมอนวดแผนโบราณ ตายคาห้องพัก 604 โรงแรมเวียงลคอร ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง โดยคนร้ายใช้วิธีบีบคอเหยื่อจนเสียชีวิต เหยื่อรายที่สาม วันที่ 11 มิถุนายน 2548 เกิดเหตุฆ่า นางพัชรีย์ อมตนิรันดร์ นักร้องคาเฟ่ เหยื่อถูกฆ่ารัดคอด้วยสายไฟเสียชีวิตภายในห้องพัก 505 โรงแรมธรรมรินทร์ธนา ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เหยื่อรายที่สี่คือ น.ส.พรตะวัน ปังคะบุตร หมอนวด ถูกกดน้ำตายในห้องพักเลขที่ 1126 โรงแรมเจริญศรีแกรนด์ อ.เมือง จ.อุดรธานี วันที่ 18 มิถุนายน ปีเดียวกัน เหยื่อรายสุดท้าย คือ น.ส.สมปอง พิมพรภิรมย์ อายุ 25 ปี อาชีพหมอนวดแผนโบราณ ซึ่งถูกลวงไปฆ่าในอาคารปิยะแมนชั่น ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยคนร้ายร่วมหลับนอน ก่อนบีบคอจนขาดใจตาย แล้วปลดทรัพย์สินหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2548
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เอะใจว่าคนร้ายจะเป็นคนๆเดียวกัน เพราะเกิดเหตุคนละจังหวัด แถมเมื่อตรวจสอบชื่อผู้เปิดห้องพักเกิดเหตุพบว่าไม่ซ้ำกันเลย โดยมีทั้งชื่อสมคิด พุ่มพวง, ชูชาติ กิ่งแก้ว, ชูชาติ ชาญชัย และณรงค์ นิลเนตร!?? จนมาถึงรายของน.ส.สมปอง ที่มีภาพจากกล้องวงจรปิด จึงทำให้ปริศนาฆาตกรเผยออกมา

คดีนี้ตำรวจกองปราบปรามได้รับมอบหมายให้เข้ามารับผิดชอบคดี เนื่องจากคนร้ายก่อเหตุในหลายจังหวัดทำให้ตำรวจท้องที่มีปัญหาในการประสานข้อมูล และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ก็เข้าเป้า และนับเป็นโชคร้ายของฆาตกร เพราะคดีฆ่าน.ส.สมปอง ในปิยะแมนชั่น อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2548 ตำรวจตรวจพบว่ามีกล้องวงจรปิด และเห็นหน้าตาของคนร้ายชัดเจนระหว่างพาเหยื่อสาวมาเปิดห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงส่งภาพคนร้ายกระจายไปหลายโรงพักและในจังหวัดต่างๆ กระทั่งทราบชื่อคือ นายสมคิด พุ่มพวง เพราะเคยถูกตำรวจ จ.นครราชสีมา จับกุมในคดีอ้างเป็นแมวมองของค่ายเพลงชื่อดังหลอกสาวๆ เข้าโรงแรม จากนั้นก็หลบหนีไปโดยไม่จ่ายค่าห้อง กระทั่งถูกจับได้และทำประวัติเอาไว้
หลังจากได้ภาพและรูปพรรณคนร้าย ตำรวจจึงสงสัยว่านายสมคิดจะพัวพันคดีฆาตกรรมเหยื่อมาแล้วหลายรายด้วยกัน!!! เหยื่อส่วนใหญ่เป็นหมอนวดและถูกฆ่าคล้ายๆ กับราย น.ส.สมปอง และจากการตรวจสอบข้อมูลคนร้าย ยังพบว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกันกับผู้ต้องหาที่เคยมาป่วนคดีฆ่านายปรีณะ ลีพัฒนะพันธ์ อดีตผู้ว่าฯ ยโสธร ซึ่งขณะนั้นกองปราบฯ จับกุม”ผู้พันตึ๋ง”พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ กับพวกเป็นผู้ต้องหา เมื่อปี 2544 นายสมคิด โผล่มาเป็นพยานอ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด โดยระบุว่าฆาตกรเป็นคนโน้น คนนี้ โดยไม่เกี่ยวกับผู้พันตึ๋ง!!! แต่ท้ายที่สุดตำรวจสอบบี้จนเผยพิรุธออกมา และยอมรับว่ามีคนจ้างมาให้การเท็จเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาตัวจริง ตำรวจจึงส่งตัวดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จ ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 6 เดือน จากนั้นนายสมคิด ก็หายหน้าหายตาไป
เมื่อได้ข้อมูลของฆาตกรชัดเจนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ออกตามแกะรอยไปยังบ้านและสถานที่ต่างๆ ที่นายสมคิดเคยไปปรากฏตัวพร้อมตรวจหาทรัพย์สินของเหยื่อไปด้วย กระทั่งวันที่ 29 มิถุนายน 2548 ตำรวจพบข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของเหยื่อรายหนึ่ง ที่ถูกขโมยไปหลังโดนฆาตกรรม!? มีการโทรศัพท์ดังกล่าวในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ทีมกองปราบฯ จึงรีบเดินทางไปทันทีและพบนายสมคิด มากบดานอยู่ที่นี่จริงๆ จึงได้ทำการบุกรวบตัวไว้ได้
นายสมคิด ฆาตกรโหดสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือสังหารเหยื่อทั้งหมด แต่อ้างว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ เนื่องจากเมื่อร่วมหลับนอนแล้วผู้หญิงจะขอค่าตัวเพิ่ม แต่ตำรวจไม่เชื่อในคำให้การนี้ เพราะจากหลักฐาน นายสมคิดน่าจะวางแผนไว้ตั้งแต่แรก ยิ่งเมื่อทำแล้วตำรวจจับไม่ได้ จึงย่ามใจก่อเหตุซ้ำอีกหลายครั้ง หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทยอยส่งสำนวนฟ้องผู้ต้องหาในแต่ละคดี จนกระทั่งวันที่ 21 สิงหาคม 2552 ศาลมีคำพิพากษาคดีแรกคือฆ่าน.ส.วารุณี พิมพะบุตร นักร้องคาเฟ่ ที่จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นศพแรกจากฝีมือของคิด เดอะริปเปอร์ ศาลตัดสินประหารชีวิตก่อนลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากผู้ต้องหาสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดี น.ส.สมปอง พิมพร เหยื่อรายที่ 5 หรือรายสุดท้ายของ “คิด เดอะริปเปอร์” ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวน และอัยการนำเสนอแล้ว “พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดจริงตามฟ้องฐานฆ่าผู้อื่นลงโทษประหารชีวิต ฐานลักทรัพย์ลงโทษจำคุก 1 ปี คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษหนึ่งในสาม คงเหลือจำคุกตลอดชีวิตและให้ชดใช้เงิน 1 หมื่นบาทคืนญาติผู้ตาย”
หลังจากคดีแรกขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาล นายสมคิดขอกลับคำให้การขอปฏิเสธ อ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง เพราะเคยเป็นสายคดียาเสพติด แล้วตอนหลังเลิกเป็น!?? แต่พยานหลักฐานที่ปรากฏ ทำให้ศาลเชื่อถือการทำงานของอัยการและตำรวจมากกว่า จึงตัดสินจำคุกตลอดชีวิตไปถึง 2 คดี ยังเหลืออีก 3 คดีที่รอการพิจารณาอยู่ อย่างไรก็ตามหากดูเวลาของการพิจารณาคดีทั้งหมด บวกกับการต่อสู้จนครบ 3 ศาลน่าจะกินเวลาอีกยาวนาน ไม่นับว่าหากต้องโทษในเรือนจำอีก ดูท่าแล้วฆาตกรต่อเนื่องรายนี้น่าจะหมดโอกาสออกมาสัมผัสอิสรภาพอีกแล้ว ตลอดชั่วชีวิตนี้!!!

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!