ประจวบคีรีขันธ์-รวบขบวนการขนกระท่อมผงบด 287 กก.

ประจวบคีรีขันธ์-รวบขบวนการขนกระท่อมผงบด 287 กก.

ภาพ/ข่าว:เอกภพ วงษ์ประเสริฐ (นักข่าวบ้านนอก) 

ขนกันคึกคัก!ตชด.146 ด่านสิงขรรวบขบวนการขนกระท่อมผงบด 287 กก.นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเตรียมส่งขายแรงงานต่างด้าวในไทย

             เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 ก.พ.62 จากการสืบทราบของ พ.ต.อ.ปฐม อุ่นอบ ผกก.ตชด.14 ค่ายพระมงกุฎเกล้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ประเภทพืชกระท่อมผงบด จากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้ช่องทางธรรมชาติในการลำเลียง ผ่านแนวตะเข็บชายแดน ไทย – เมียนมา ด้าน อ.เมืองประจวบฯ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ธีรพล ภู่เนติ ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 146 ด่านสิงขร พร้อมกำลังชุดการข่าว นำโดย ด.ต.ดำเนิน คุ้มสา หน.ชุดการข่าว ร้อย ตชด.146 พร้อมประสานกำลังหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ประกอบด้วย ร.ต.โกวิทย์ สุขคำ หน.ชุด ร้อย รส. อ.เมืองฯ ร.ต.ก้อง ดีสุพจน์ หน.หมวดลาดตระเวนที่ 2 ฉก.จงอางศึก นายธนู มณฑาทอง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองฯ นายมาโต โตทอง กำนันตำบลคลองวาฬ จนท.ทหาร กอ.รมน.จังหวัด ตำรวจ ตม. ตำรวจ ทท. ตร.ภูธร สภ.คลองวาฬ ร่วมตรวจสอบ
             ต่อมา ได้พบรถกระบะต้องสงสัย เป็นรถกระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า ตอนครึ่ง สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 ฒน 6816 กทม. ขณะกำลังขนกระสอบปุ๋ยจำนวน 8 กระสอบ ขึ้นรถบริเวณชายป่าบริเวณช่องทางธรรมชาติช่องตะพาบ ม.6 บ้านหุบไผ่ ต.ห้วยทราย อ.เมืองฯ จึงขอตรวจค้น พบในกระสอบปุ๋ยดังกล่าว บรรจุใบกระท่อมผงบดละเอียดเต็มกระสอบ โดยในแต่ละกระสอบน้ำหนักกระสอบละกว่า 30 กก. รวมน้ำหนักใบกระท่อมผงบด รวม 8 กระสอบทั้งหมด 287 กก. จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน และควบคุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 4 คน มี 1 นายทองดี เวนะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.6 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 2 นายต้อย ไม่มีนามสกุล อายุ 31 ปีสัญชาติเมียนมา 3 นาย นาย ไม่มีนามสกุล อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา 4 นายเคียวเนียง ไม่มีนามสกุล อายุ 48 ปี สัญชาติเมียนมา หมายเลขหนังสือเดินทาง CC 7043496
             จากการสอบสวน นายทองดี เวนะ ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะดังกล่าว รับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างขนพืชกระท่อมผงทั้งหมดนี้ ไปส่งในพื้นที่อำเภอปราณบุรี ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท โดยจะได้รับค่าจ้างเมื่อนำกระท่อมผง ไปส่งเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆ จะได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงินในกิโลกรัมละ 100 บาท โดยทั้งนี้พืชกระท่อมผงดังกล่าวมีใบสั่งจากชาวเมียนมาทราบชื่อ นางไบโซ อายุ 40 ปี ซึ่งอยู่ที่บ้านตะเก๊ต อ.ตะนาวศรี จ.มะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ให้มารับของจากชาวกระเหรี่ยง ที่รับจ้างขนข้ามประเทศจากฝั่งเมียนมา มาส่งให้ผู้ร่วมขบวนการในฝั่งไทย ที่บ้านหุบไผ่ ในราคากิโลกรัมละ 100 บาทรวม 287 กก. เป็นเงิน 28,700 บาท ทั้งนี้หากไปถึงมือผู้เสพ จะตกซื้อขายขีดละ 100 บาท กิโลกรัมละ 1,000 บาท จะมีมูลค่าทั้งหมด 287,000 บาท เพื่อนำไปส่งยังผู้ค้าแรงงานต่อที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร
              ด้าน ด.ต.ดำเนิน คุ้มสา หน.ชุดการข่าว ตชด.146 เปิดเผยว่า ตนและกำลัง ได้ลงพื้นที่บ้านต้องสงสัยที่น่าจะเป็นขบวนการขนยาเสพติด ที่บ้านหุบไผ่ตั้งแต่เมื่อคืน และพบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวขับมาที่บ้านดังกล่าวอย่างมีพิรุธ เมื่อเห็นตนจึงเลี้ยวรถกลับทันที ตนจึงรอจนเช้าจึงออกไปซุ่มดูที่บ้านดังกล่าวอีกที พบรถคันดังกล่าวเข้ามาอีกครั้งเข้ามาบริเวณป่ายาง ที่มีชาวเมียนมาเป็นลูกจ้างกรีดยางอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวและใช้เป็นแหล่งพักยาเสพติด และยังพบกลุ่มบุคคลไม่ทราบสัญชาติ จำนวนมากเดินแบกกระสอบปุ๋ยออกมาจากบริเวณชายป่า เดินเข้าไปในป่ายางบริเวณที่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวจอดรออยู่ และกำลังพยายามยกกระสอบปุ๋ยดังกล่าวขึ้นไว้ที่กระบะหลัง เจ้าหน้าที่ชุดซุ่มจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน เพื่อขอทำการตรวจสอบปรากฏว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทิ้งกระสอบปุ๋ย แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วิ่งไล่ติดตามไปและสามารถควบคุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้จำนวน 4 คน โดยเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว 1 คน ชายชาวเมียนมา 3 คน จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น จึงพบพืชกระท่อมผงบด จำนวนมากดังกล่าว ทั้งนี้ กระท่อมผงบดดังกล่าว
              ทั้งนี้ ผู้ใช้แรงงานต่างด้าว ชาวเมียนมาที่ใช้แรงงานอยู่ในฝั่งไทย ส่วนมากจะนำมาผสมน้ำดื่มกิน โดยซื้อขายขีดละ 100 บาท กิโลกรัมละ 1,000 บาท โดยเฉพาะตามโรงงาน และสวนยางพารานำไปผสมน้ำดื่ม หรือทานแบบผงและนำไปดัดแปลงผสมเป็นสูตรต่างๆ เพื่อใช้ดื่มขณะทำงานเพื่อกระตุ้นการตื่นตัว จึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดโทษประเภท 5 (กระท่อมผง) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อหา ผู้ต้องหาที่ 2,3 เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต(หลบหนีเข้าเมือง) พร้อมนำตัวผู้ต้องและของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

CATEGORIES
Share This

COMMENTS

error: Content is protected !!